<strong>วิธีหยุดการเลื่อนเวลาแห่งสุข</strong>

How to

หลายคนอาจจะงงว่าเวลาแห่งความสุขเลื่อนได้หรือ? ทุกวันนี้เราหลายคนก็ทำมันอยู่ เพราะคุณยังไม่รู้จักว่า “ความสุขที่แท้จริง” คืออะไร และต้องจัดการให้เป็นความสุขในปัจจุบันอย่างไร หลายคนพยายามค้นหาว่าความสุขในปัจจุบันต้องทำอย่างไร เราจะไม่ต้องให้คุณออกไปคนหาที่ไหนอีก เพียงแค่คุณอ่านบทความของเราด้านล่าง แล้วคุณจะมองเห็นถึงสิ่งที่คุณกำลังเป็นอยู่ และการมองเห็นความสุขที่คุณกำลังมองหาได้อย่างง่าย ๆ เพราะความสุขคุณสร้างได้ มาเริ่มกันเลย ทำไมเราต้องเลื่อนความสุขออกไป? หากคุณมีความคิดว่าคุณจะมีความสุขเมื่อคุณได้เงินเดือนเยอะ ๆ คุณจะมีความสุขที่ได้ทำงานในบริษัทชั้นนำ และคุณทำมันได้สำเร็จ แน่นอนความสุขแรกที่คุณจะ enjoy มันได้อย่างดื่มด่ำ เพราะความสุขนี้จะสร้างความสุขที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ความสุขไม่มีอนาคต  มีนิสัยบางอย่างทำให้คุณกลายเป็นคนผลักการมีความสุขให้เกิดขึ้นในอนาคต ลองมาดูเรื่องราวนี้ เชื่อว่าหลายคนเป็นอยู่ ในวันที่คุณกำลังทำทุกอย่างตรงหน้า เก็บเกี่ยวงานที่หนักหน่วง เพื่อคำว่า คุณจะต้องมีรถหนึ่งคันให้ได้เพราะมันจะทำให้คุณมีความสุขที่สุด เมื่อคุณทำสำเร็จคุณพบว่าคุณมีความสุขถึงแม้ว่ามันจะเป็นเวลาหลังจากที่คุณทำงานงานมาเกินกว่า 5 ปีก็ตาม สิ่งนี้กำลังบอกอะไร? เรากำลังบอกว่า “การรอคอยบางสิ่ง และเป็นการรอคอยที่ยิ่งใหญ่ด้วยความหวัง” ผิดสำหรับการสร้างความสุขให้ตัวคุณ เพราะเป็นการให้ความสำคัญกับเรื่องในอนาคตมากกว่าปัจจุบันที่คุณกำลังใช้ชีวิตอยู่ มันเป็นการสร้างนิสัยและเป็นการดึงความสุขออกไปจากชีวิตของคุณ เพราะคำว่าความหวังมันเป็นเรื่องในอนาคตที่บทสรุปอาจทำร้ายความรู้สึกของคุณ ผลเสียของการเลื่อนความสุขออกไป เป็นผลกระทบต่อจิตใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะการเลื่อนความสุขไปเป็นการดึงความสุขไปรอไว้ตรงนั้น เคยคิดไหมว่าหากมันไม่เป็นไปตาทความคาดหวัง ความสุขของคุณอยู่ที่ไหน? คุณแบกรับความทุกข์ในเวลานี้เพื่อรอความสุขในอนาคต ซึ่งคำว่าอนาคตไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่ามันจะจบลงด้วยดีหรือไม่  การรอคอยความสุขในอนาคต เป็นไปได้ทั้งจบได้สวยงาม คุณจะได้รับความสุขอย่างที่สุด แต่เคยคิดไหมว่าถ้ามันไม่เป็นไปแบบที่คุณคิดไว้ เวลาที่คุณทุ่มเทกับมันมาทั้งหมดมันกลืนเวลาชีวิตคุณไปเท่าไหร่ มันย้อนกลับไปไม่ได้ […]

<strong>วิธีปรับอารมณ์สร้าง Good Day</strong>

How to

แน่นอนว่าการใช้ชีวิตในทุกๆวันของคนเรามันมักจะมีวันแย่ๆที่เรามักจะเรียกมันว่า Bad Day  ทั้งๆที่บางครั้งเราก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงมันแล้วที่จะให้เป็นวันดีๆแต่มันก็ยังมีเหตุการณ์บางอย่างที่ยังคงความไม่ราบรื่นอยู่ได้ตลอดวัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าวันนี้มันเป็นวันที่ไม่ดีสำหรับคุณเลยนั่นก็คือ “อารมณ์”  คุณเคยสังเกตไหมว่าอารมณ์เป็นปัจจัยหลักที่จะสร้างให้คุณรู้สึกมีความสุขได้และความรู้สึกเศร้าหรือแม้กระทั่งความรู้สึกแย่ ดังนั้นวิธีที่คุณจะต้องจัดการก่อนเป็นอย่างแรกก็คือจะจัดการกับอารมณ์ของคุณ เรามีวิธีการจัดการกับอารมณ์เพื่อสร้าง good day มาดูวิธีเหล่านี้และลองทำตามกันเผื่อว่าวันแย่ของคุณจะกลายเป็นวันที่ดีได้  วิธีการปรับอารมณ์สร้างวันดีดี 1. รับอากาศที่บริสุทธิ และเข้าสู่ธรรมชาติ ธรรมชาติสามารถสร้างปาฏิหาริย์ทางด้านอารมณ์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความไม่สบายใจและความอึดอัดใจทั้งหลายที่มันอยู่ในสมองและในร่างกายของคุณ ความรู้สึกเหล่านี้จะถูกกำจัดไปได้ด้วยกลิ่นอายจากธรรมชาติ กลิ่นจากธรรมชาติที่เราจะพูดถึงนี้มันก็คือ  อากาศ และอากาศที่ดีจะเป็นตัวนำพาความสดชื่นเข้าสู่ร่างกายทำให้คุณสามารถรีบูทสมองของคุณ อีกทั้งอากาศที่บริสุทธิ์ที่ได้จากความเป็นธรรมชาติ 100% ก็จะเริ่มทำงานกับอารมณ์ของคุณด้วยการสร้างอารมณ์สีเขียว หรืออารมณ์ที่สดชื่นจนกลายเป็นอารมณ์ดีในที่สุด 2. การยิ้ม หากเราจะพูดถึงรอยยิ้ม รอยยิ้มบางรอยยิ้มก็ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกจากธรรมชาติ มันเป็นการสร้างรอยยิ้มขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง แต่คุณรู้ไหมว่าไม่ว่าจะเป็นการกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม มันก็เป็นการฝึกที่ดีเพราะการฝึกยิ้มในทุก ๆ เรื่อง มันสามารถทำให้คุณกลายเป็นคนที่อารมณ์ดีและฝึกความเป็นมิตรได้ต่อให้การยิ้มของคุณมันเป็นการแบกรับความทุกข์ทั้งหมดก็ตาม  3. ยกระดับการนอน คุณอาจจะเคยได้ยินมาบ่อยแล้วเกี่ยวกับเรื่องของการนอนหลับให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับจะเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆในการพัฒนาคุณภาพชีวิตรวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพทางร่างกายของคุณด้วย คุณมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างระดับของการนอนให้ถูกต้องตามช่วงวัย อย่างเช่น หากคุณมีอายุต่ำกว่า 40 ปี คุณจำเป็นที่จะต้องเก็บเกี่ยวเวลานอนของคุณในตอนกลางคืนให้ไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมง แต่ถ้าหากคุณมีช่วงอายุที่มากกว่า 40 ปีขึ้นไปคุณมีความจำเป็นที่จะต้องนอนพักผ่อนมากขึ้นจำนวนชั่วโมงจำเป็นจะต้องยกระดับเป็น 8-9 ชั่วโมง  แต่การนอนหลับที่มากไปก็จะสร้างผลเสียให้กับร่างกายของคุณไม่ต่างกับการนอนหลับไม่เพียงพอ ดังนั้นจำนวนชั่วโมงที่บอกมาข้างต้น […]

<strong>วิธีดูแลตัวเองในเวลา 30 นาที</strong>

How to

การดูแลตนเองได้อย่างดีเป็นสิ่งสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะการดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสุขภาพจิตของคุณเอง มันให้ผลลัพธ์ในความชัดเจน สร้างความสุข ส่งผลให้มีสุขภาพกายที่ดี เพิ่มคุณค่าในหลายแง่มุมชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม คุณก็ยังคงไม่มีเวลามากพอที่จะเริ่มการดูแลตนเองเสมอไป ด้วยความรับผิดชอบทำให้คุณไม่สามารถมองหาเวลาเหล่านี้ได้ เรามีการดูแลตัวเองแบบเร่งด่วนด้วยเวลาเพียง 30 นาที วิธีเหล่านี้จะทำให้คุณเริ่มด้รู้สึกว่าคุณได้ดูแลตัวเองและสามารถจัดลำดับความสำคัญของความเป็นอยู่ที่ดีของคุณได้ตั้งแต่วันนี้ทันที เพราะการดูแลตนเองต้องไม่ควรเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและใช้เวลานานเพื่อให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของคุณ ดูแลตัวเองอย่างไรกับเวลา 30 นาที 1. เดินเร็ว หากกิจวัตรประจำวันของคุณเป็นการเดินไปทำงาน นั่นเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะใช้ช่วงเวลานี้ในการออกกำลังกาย กิจวัตรนี้ส่งผลดีให้กับร่างกายของคุณโดยตรง การเดินที่เร็วขึ้นกว่าปกติ เป็นการสร้างความเคลื่อนไหวให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับความยืดหยุ่น มันอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาถึง 30 นาที  นาทีแต่ แต่ทว่ามันก็ยังคงอยู่ในเงื่อนไขเพื่อสุขภาพที่ดี 30 นาทีอยู่ดี  2. มาส์กหน้า 30 นาทีต่อจากนี้  นาทีต่อจากนี้เป็น 30 นาทีเพิ่มความสวย ต่อให้คุณยุ่งแค่ไหนเราขอคุณเพียง 30 นาทีก่อนนอน  นาทีก่อนนอนเพื่อ นาทีก่อนนอนเพื่อให้คุณได้สร้างผิวที่แข็งแรง และสร้างความเปล่งปลั่งหลังการใช้  มาร์คหน้าสำหรับ 30 นาทีนี้เราแนะนำให้เป็นมาร์คหน้าที่เป็นสมุนไพร  นาทีนี้เราแนะนำให้เป็นมาร์คหน้าที่เป็นสมุนไพร เพราะมันจะเข้าสู่การ DIY ที่ง่ายที่สุดและมันจะไม่ทำให้คุณต้องเสียเวลามากเกินไปจาก 30 นาที สามารถสร้างมาร์คหน้าแบบ […]

<strong>วิธีจัดระเบียบเรื่องรอบตัวแบบมืออาชีพ</strong>

How to

การมีระเบียบวินัยกับตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่หลาย ๆคนก็ยังทำมันไม่ได้ มันมีสาเหตุและปัจจัยบางประการที่บล็อกคุณไว้ทำให้คุณไม่สามารถสร้างวินัยในตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องของระเบียบวินัยในชีวิต เป็นเรื่องที่สำคัญที่คุณจะต้องฝึก ทั้งเรื่องการจัดระเบียบและการ ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องง่าย แก้ไขความวุ่นวายให้เป็นเรื่องปกติ เรามีวิธีคิดและมีวิธีปฏิบัติที่ทำให้คุณ ไม่ต้องมีความรู้สึกเหมือนกำลังปีนภูเขาสักลูกนึง แต่สำหรับคนบางคนแล้วเรื่องการจัดระเบียบอาจจะฟังดูเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับพวกเขา เพราะเขาไม่เคยเห็นผลลัพธ์ของการที่ใช้ชีวิตแบบมีระเบียบว่ามันเป็นผลลัพธ์ที่ดีมากเพียงใด การจัดระเบียบและการจัดเวลาให้ดีอยู่เสมอจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณกลายเป็นคนมีคุณภาพได้ในอนาคต เรามาดูวิธีการจัดระเบียบแบบที่เรียบง่ายที่สุดเพื่อหวังอนาคตที่ดีในปีนี้กัน การจัดระเบียบทางจิตใจ 1. บอกเล่าเรื่องราว และแผนการจัดการในสมุดบันทึก ระเบียบทางจิตใจไม่ได้หมายความว่าคุณจะบังคับให้ความรู้สึกของคุณหรือความนึกคิดของคุณดีอยู่ตลอดเวลา แต่เรากำลังจะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในความรู้สึกในขณะที่คุณต้องทำอะไรบางอย่าง นั่นก็คือการปรับปรุงหน่วยความจำของคุณ  การเพิ่มภาวะทางอารมณ์ การสร้างความคิดที่สร้างสรรค์ การเอาชนะความเจ็บปวดทางใจ หากคุณสามารถจัดระเบียบสิ่งเหล่านี้จัดการกับสิ่งเหล่านี้ได้ มันจะทำให้คุณเป็นคนที่มีความคิดที่เร็วขึ้นและปรับตัวได้เร็วกว่าคนอื่น  และวิธีการจัดระเบียบทางจิตใจของคุณที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดและเห็นภาพชัดเจนที่สุดนั่นก็คือการจดลงไปในสมุดบันทึก แต่จะต้องเป็นการจดที่แยกสัดส่วนหัวข้อ ให้คุณลองมองหาสมุดจดบันทึกแบบ Self-Discovery Bundle มันจะเป็นสมุดจดบันทึกที่มีแบบฟอร์มที่สามารถทำให้คุณแยกส่วนออกมาได้อย่างชัดเจน คำแนะนำดีๆสำหรับคนที่ไม่ชอบความจำเจและไม่ชอบสมุดบันทึกแบบธรรมดา 2. ตรวจสอบแผนการพัฒนา เมื่อคืนมีการวางแผนไม่ว่าจะเป็นการจดบันทึกหรือหรือแผนการในอนาคตเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่คุณจะต้องทำต่อไปก็คือการทำตารางการตรวจสอบทุกสัปดาห์ วิธีการตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากแผนการนั้นๆ คุณจำเป็นจะต้องบังคับตัวคุณเองให้เป็นนักตรวจสอบที่เคร่งครัด เพราะการวางแผนมันเป็นการวางแผนการพัฒนาบุคคลที่เป็นของคุณเอง คุณไม่ได้ตรวจสอบคนอื่นแต่คุณกำลังตรวจสอบตัวของคุณซึ่งมีความสำคัญมากกว่า จัดระเบียบเวลา การที่จะให้เวลาของคุณเป็นการจัดระเบียบ นั่นหมายความว่าคุณต้องให้ความสำคัญและจัดตารางกิจวัตรของคุณแบบเข้มงวด คุณก็รู้จักกันดีอยู่ในเบื้องต้นแล้วว่ากิจวัตรนั่นหมายถึงสิ่งที่คุณจะทำในทุกๆวัน แต่มันอาจจะดูน่าเบื่อจนเกินไปหากคุณทำเป็นกิจกรรมที่ซ้ำๆ คุณอาจจะวางแผนกิจวัตรตัวใหม่ที่คุณไม่เคยรู้จักแล้วก็ลองทำมันหรือกิจกรรมตัวเดิมแต่ใช้วิธีคิดที่เปลี่ยนไป คุณอาจจะลองเอางานของคุณมาใส่ไว้ในกิจวัตรของคุณและทำควบคู่ไปก็ได้ คุณรู้ไหมว่ามีอีกกิจวัตรหนึ่งที่น่าสนใจที่อยากให้คุณลองทำออกมาเป็นตาราง นั่นคือการทำรายการตารางช้อปปิ้งของคุณ การช้อปปิ้งในที่นี้เราไม่ได้หมายความว่าคุณจะใช้เฉพาะการซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับหรือแม้กระทั่งสกินแคร์ แต่มันเป็นการช้อปปิ้งทุกอย่างแม้กระทั่งความรู้ คุณจำเป็นที่จะต้องทำเป็นตารางวางแผนการช้อปปิ้งสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลา  […]

<strong>วางแผนชีวิตขั้นพื้นฐานสำหรับนักสร้างชีวิตรุ่นใหม่</strong>

How to

เชื่อว่าหลาย ๆ คนเคยอยู่ในช่วงเวลาที่เราคิดไม่ออกว่าชีวิตของเราควรจะต้องเดินออกไปทางไหน แล้วเราไม่รู้ว่าการเดินทางที่ต่อไปของชีวิตนั้นมันจะต้องเป็นอย่างไร นั่นคือคุณไม่สามารถที่จะออกแบบชีวิตของคุณได้เลย มันอาจจะเกิดขึ้นได้จากการที่คุณยังไม่สามารถมองหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง แล้วคุณยังมองไม่เห็น passion ของคุณ ผลกระทบจากการที่คุณไม่รู้มันก็จะส่งผลให้คุณไม่สามารถวางแผนชีวิตได้เลย เรามีวิธีการวางแผนชีวิตในเบื้องต้นสำหรับคนที่กำลังจะเริ่มต้นมีชีวิตที่เติบโต เราหมายความว่าคนที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยทำงานซึ่งเป็นวัยที่ต้องเริ่มใช้ชีวิตโดยลำพังโดยปราศจากพ่อแม่ แล้วปัญหาที่คุณเจอก็คือปัญหาของการไม่มีแผน เรามีวิธีการวางแผนชีวิตดีๆในแบบง่ายเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งมาให้พวกคุณได้ลองคิดและลองดำเนินชีวิตด้วยวิธีเหล่านี้ หาวิธีเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการวางแผนชีวิตของคุณ แผนชีวิตคืออะไร? ก่อนที่คุณจะเริ่มวางแผนหรือเข้าสู่วิธีการวางแผน คุณจะเป็นที่ต้องรู้ก่อนว่าแผนชีวิตคืออะไร? แน่นอนว่าแผนชีวิตมันไม่ใช่เพียงแค่อาชีพการงานของคุณเท่านั้น มันเป็นแผนการที่คุณจะต้องใช้สำหรับการก้าวเดินให้ชีวิตของคุณได้เติบโตขึ้นและต้องมีคุณภาพด้วย ดังนั้น การวางแผนชีวิตนั่นก็คือการกำหนดเส้นทางอยากมีแบบแผนที่ดีเพื่อการเข้าสู่จุดเริ่มต้นการดำเนินชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง และความสำคัญของแผนชีวิต มันมีความสำคัญมากกว่า เรื่องของความสัมพันธ์หรือแม้กระทั่งเรื่องของวิสัยทัศน์ มันเป็นความต้องการของคุณความต้องการที่จะเป็นที่คุณจะต้องรักษามันไว้เพื่อตัวคุณเองและเพื่อโลกใบนี้ หากคุณสามารถทำความเข้าใจกับสิ่งนี้ได้แผนชีวิตของคุณมันอาจจะไม่ได้ออกมาเพียงแค่ 5 ปีหรือ 10 ปี คุณสามารถวางแผนชีวิตคุณได้จนถึงตลอดชีวิตของคุณเลยทีเดียว เริ่มการทำแบบฝึกหัดการวางแผนชีวิต แบบฝึกหัดนี้ มันเป็นกระบวนการในเบื้องต้นเพื่อให้คุณได้เตรียมพร้อมในการเริ่มต้นวางแผนชีวิตใน Step ต่อไป คุณจำเป็นต้องตอบคำถามจากแบบฝึกหัดเหล่านี้ให้ได้ก่อนที่คุณจะขยับขึ้นไปวางแผนชีวิตในระดับที่สูงขึ้นไปอีก คำถามเหล่านี้ก็คือ 1. ใครอยู่ในชีวิตของคุณ? คำถามนี้คุณไม่สามารถที่จะตอบเพียงแค่คนที่คุณมองเห็นเท่านั้น คุณจำเป็นจะต้องเขียนทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องและมีความสัมพันธ์กับคุณไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่องของครอบครัวเพื่อนร่วมงานเพื่อนสนิทเพื่อนสมัยอนุบาล เพื่อนมหาลัย คุณจำเป็นที่จะต้องเลือกเขียนคนเหล่านี้เข้ามาไว้ในบันทึกของคุณ เพราะความสัมพันธ์กับคนเหล่านี้มันมีหลายระดับ และในแต่ระดับความสัมพันธ์จะเป็นตัวแปรที่ช่วยทำให้คุณได้มีการวางแผนชีวิตในเรื่องของความสัมพันธ์ได้อย่างรัดกุม 2. คุณอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน? สภาพแวดล้อมมีทั้งสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ในปัจจุบัน และสภาพแวดล้อมในที่ทำงานในปัจจุบัน คุณจะต้องเขียนสภาพแวดล้อมเหล่านี้ หลังจากนั้นคุณจะต้องแยกถึงความสุขที่คุณได้รับจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เหล่านี้ […]

<strong>ล้างพิษจากโซเชียลมีเดียภายใน 7 วัน </strong>

How to

เชื่อว่าหลังจากที่คุณเห็นหัวข้อแล้วคุณคงกำลังกรอกตาไปมาและกำลังหาคำตอบว่า  Detox สื่อคืออะไร? แล้วทำไมสื่อจะต้องดีท็อกด้วยหรือ? เรามีคำตอบให้คุณทั้งหมด แต่ก่อนอื่นคุณจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทุกวันนี้การใช้ชีวิตของคุณเกินกว่าครึ่งหนึ่งในความสนใจของคุณทุ่มเทให้กับสื่อSocial Media ดังนั้นหลาย ๆ คนมีการใช้ชีวิตตาม Social ที่มากจนเกินไปจนทำให้พวกเขาเหล่านี้ไม่สามารถดึงความเป็นตัวเองกลับออกมาได้เลย และในอีกของบางคนโซเชียลมีเดียก็กลายเป็นตัวทำลายเวลาชีวิตของพวกเขาแบบพังพินาศ เพราะ Social ไม่เพียงให้แต่ความบันเทิงแต่มีข้อมูลหรือเนื้อหาบางอย่างที่ทำร้ายความคิดและความสร้างสรรค์ของคนให้หมดไป มันอันตรายมากทีเดียว และการ Detox สื่อที่เรากำลังจะอธิบายให้คุณได้ฟัง มันเปรียบเสมือนว่าร่างกายของคุณรับประทานอาหารที่เป็นพิษเข้าไปทำให้มีผลกระทบทำให้ร่างกายอ่อนแอ โซเชียลมีเดียก็เป็นเหมือนอาหารพิษที่เมื่อคืนเศษมันเข้าไปในทุก ๆวันมันจะทำให้ mind set ของคุณถูกเปลี่ยนไป คุณอาจจะมีแนวคิดในเชิงลบมากกว่าเชิงบวก ความรู้สึกอิจฉาริษยา ความรู้สึกเศร้าใจจาก Social เรานี้จะเป็นตัวบั่นทอนทำให้ส่วนความคิดของคุณเสื่อมถอยไปในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์  วิธีหยุดพักเพื่อทำการล้างพิษจากการเสพโซเชียล การเสพการเรียนรู้เป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้งคุณอาจจะหลงลืมในการคัดเลือกในสิ่งที่คุณกำลังเรียนรู้เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ในหมวดของวิชาการ หรือความบันเทิงก็ตามแต่ ทุกการเรียนรู้หรือทุกอย่างบนโซเชียลมักมีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเสพสิ่งไหนเข้าไป  การติดตามบล็อกหรือใครก็ตามที่คุณคิดว่าเขาเป็นในรูปแบบที่เหมาะกับการดำเนินชีวิตของคุณ มันเป็นสิ่งที่ดีที่คุณอาจจะได้รับไอเดียดี ๆในการใช้ชีวิตจากพวกเขาเหล่านี้ แต่คุณก็ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องตามพวกเขาไปทั้งหมด หรือแม้กระทั่งการอ่านที่คุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอ่านไปเสียทุกเรื่อง เพราะบางเรื่องการทำความเข้าใจมันอาจจะสร้างความเข้าใจผิดและจะทำให้คุณมีความคิดที่ผิด ๆ นั่นคือความคิดเป็นพิษที่เราต้องจัดการดีท็อกสมัน มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องเคร่งเครียดมากเกินไป ดังนั้นเราจึงใช้เวลาสั้น ๆ เพียง 7 วันในการช่วยให้คุณจัดการล้างพิษจากโซเชียลเหล่านี้ ด้วยวิธีที่ถูกต้องให้คุณลองทำตามแล้วมาดูผลลัพธ์กัน ขั้นตอนก่อนเริ่ม 1. เช็คแหล่งที่มาของข้อมูล […]

<strong>เรียนรู้นิสัยคนสุขภาพจิตดีไร้ความเครียด</strong>

How to

ปัญหาความเครียดที่คนเรามักหนีไม่พ้น และเริ่มเป็นความรู้สึกที่น่าเบื่อหน่าย เพราะความเครียดจะทำลายทุกอย่างแม้กระทั่งการดำเนินชีวิตประจำวัน ลักษณะของความเครียดมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครียดตามสถานการณ์ หรือความเครียดสะสม ซึ่งความรู้สึกเครียดเหล่านี้ย่อมเป็นผลเสียต่อการดำเนินชีวิตของคุณในอนาคต เรามีทางออกให้คุณหลุดพ้นจากความเครียดเหล่านั้นด้วยการสร้างนิสัย เพราะนิสัยจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความคุ้นชินที่คุณจะต้องทำมันทุกวัน และเป็นเรื่องดีหากคุณใช้นิสัยเหล่านี้ในการตัดตัวเองออกจากสภาวะความเครียดที่รุมล้อมคุณอยู่ มาดูกันว่านิสัยเหล่านี้มีอะไรบ้าง 1. นิสัยนักสร้างกิจวัตรที่มีประโยชน์ กิจวัตรที่ดีที่เรากำลังจะพูดถึง มันเป็นการสร้างนิสัยตามหลักของการสร้างชีวิตที่ดีนั่นก็คือ การมองหาสิ่งที่ทำหลังจากตื่นนอน ในระหว่างวัน และก่อนเข้านอนอย่างเป็นระเบียบ คุณอาจจะได้ยินบ่อยๆเกี่ยวกับการตื่นนอนตอนเช้าพร้อมกับการเริ่มทำสิ่งที่ดีๆ เช่นการรับแสงแดด การทำความคิดให้ว่าง การทำอาหารเช้าหรือแม้กระทั่งการออกกำลังกาย ส่วนสำหรับเวลาระหว่างวันนั้น กิจวัตรที่ดีเราอาจจะหมายความได้ถึงการทำงานได้อย่างมีระบบ จัดอันดับความสำคัญของงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อเราพูดถึงกิจวัตรในตอนเย็น มันอาจจะเป็นกิจวัตรของการผ่อนคลายจากการเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เช่นการรดน้ำต้นไม้ วิ่ง jogging  และการกินข้าวร่วมกันกับครอบครัว กิจวัตรที่ดีเหล่านี้จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดี  สามารถสร้างความสำเร็จให้กับคุณได้ แล้วเมื่อไหร่ที่ขุ่นได้รับความสัมพันธ์ที่ดีและความสำเร็จนั่นก็แปลว่าคุณจะไม่รู้จักความเครียดอีกเลย 2. แยกจากงานให้ขาด ยังมีคนอีกหลาย ๆ คนที่ยังติดภาพของงานกลับมาถึงบ้าน  คุณรู้ไหมว่าเวลาหลังเลิกงานเป็นเวลาที่สำคัญมาก มันเป็นเวลาของการมีชีวิตส่วนตัว คุณจำเป็นต้องสร้างนิสัยการตัดขาดให้งานนั้นจบในวันนี้ คุณจะต้องไม่แบกรับเอาปัญหาของงานใส่สมองของคุณจนถึงเวลานอนของคุณ  มันก็จริงอยู่ว่าการทำงานให้เสร็จไม่ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนมันเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบ แต่คุณก็มีความจำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบชีวิตส่วนตัวของคุณเช่นกัน ดังนั้น ให้คุณเริ่มสร้างนิสัยเวลาของการทำงานก็คือเวลาของการทำงาน และเวลาหลังเลิกงานคุณจะต้องให้มันเป็นเวลาส่วนตัวของคุณ อยากกินกับคำว่ารับผิดชอบมากเกินไป หากงานที่คุณได้รับมอบหมายคุณมีการวางระบบที่ดีเพียงพอแล้ว ให้คุณลองตัดใจที่จะวางงานลงตามเวลาที่กำหนด และให้ยกงานที่คั่งค้างไว้เป็นหน้าที่ของการทำงานในวันต่อไป 3. หยุดสนใจกับคำนินทา การถูกกล่าวถึงอย่างลับลับที่เราเรียกมันว่า  […]

<strong>เริ่มต้น Jogging สู่การ Runningที่ถูกวิธี</strong>

How to

การเริ่มต้นออกกำลังกายสิ่งแรกที่หลายคนจะนึกถึงคือ “การวิ่ง” แต่การเริ่มต้นการออกกำลังกายด้วยการวิ่งไม่ได้หมายความว่าคุณใส่พลังวิ่งไล่อะไรสักอย่าง หากเป็นแบบนั้นแรงคุณคงหมดภายใน 1 นาทีแรก ให้คุณเลือกวิธีการจ๊อกกิ้งเป็นการเริ่มต้นจะดีกว่า  เราหยิบวิธีเริ่มต้นการจ๊อกกิ้งอย่างไรให้ไปสู่การวิ่งออกกำลังกายที่ดีมาแบ่งปันให้คุณได้รู้เกี่ยวกับประโยชน์ที่จะได้รับ รวมไปถึงทำอย่างไรจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ความแตกต่างระหว่าง Jogging และ Running หากให้เป็นการเข้าใจแบบง่าย ๆ นั่นก็คือ Jogging เป็นการใช้ความเร็วที่น้อยกว่า Running คุณอาจจะเคยได้ยินบ่อย ๆ เกี่ยวกับการวิ่งที่หลาย ๆ คนมักใช้แทนกันว่าจ๊อกกิ้ง มันดูแตกต่างกันไม่มากเท่าไหร่ แต่การจ๊อกกิ้งเป็น การวิ่งที่ใช้ความเร็วที่น้อยกว่าแต่สร้างความสบายกว่าการวิ่งหากคุณยังไม่ใช่นักวิ่งผู้ชำนาญ ด้วยการคำนวณตามกฏแห่งการเคลื่อนไหว การจ๊อกกิ้งจะใช้ความเร็วประมาณ 2-4 กม./ ชั่วโมง ซึ่งเป็นการใช้ความเร็วที่ไม่จัดเป็นการวิ่ง แต่หลายคนอาจจะมองว่าการซอยเท้าที่เร็วขึ้นกว่าปรกติมักจะเรียกว่าการวิ่ง ซึ่งนั่นไม่เป็นปัญหา คุณสามารถเรียกรูปแบบการออกกำลังกายชนิดนี้ได้ด้วยตัวคุณเอง ประโยชน์ของ Jogging เราไม่ได้บอกว่า Running ไม่มีประโยชน์ แต่สำหรับการเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการใช้แรงวิ่งที่เร็วขึ้น ไม่เป็นผลดี สำหรับการเริ่มต้นให้คุณลองลดความเร็วเป็นการ Jogging แล้วคุณจะเห็นประโยชน์ที่ได้รับตามนี้ ให้การเริ่มต้นที่ดี การใช้ความเร็วที่พอดีเป็นการเริ่มต้น มันจะไม่ทำให้ร่างกายของคุณเกิดการช็อคกับความเหนื่อยที่มากเกินไป เป็นการปรับร่างกายภายในก่อนเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนที่หนักขึ้น ต้นทุนขั้นต่ำ การจ๊อกกิ้งเป็นการออกกำลังกายแบบเดินเร็ว ดังนั้นยังไม่จำเป็นต้องลงทุนกับรองเท้าวิ่งราคาแพง เพียงแต่เลือกใช้รองเท้าที่สามารถกระชับส้นเท้า มีคุณสมบัติในการรับแรงกระแทกได้ดี […]

<strong>ยืนขึ้นอย่างเข้มแข็งอย่างไรในวันที่คุณเกลียดตัวเอง</strong>

How to

คนเราจะมีอยู่ช่วงนึงของชีวิตที่คุณรู้สึกว่าตัวคุณเองกำลังเข้าสู่จุดที่ต่ำที่สุด และคุณกำลังรู้สึกด้อยค่าตัวคุณเองจากความศรัทธาและความชอบในสิ่งที่คุณทำ นี่เป็นปัญหาที่ไม่ใช่เพียงแค่พลังงานกำลังจะหมด มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำลายชีวิตที่สดใสของคุณได้ในอนาคต การด้อยค่าตัวเองมักจะเกิดขึ้นได้บ่อยในกลุ่มของคนที่ต้องใช้ชีวิตขึ้นอยู่กับคนหมู่มาก หรือต้องใช้ชีวิตเกี่ยวกับการต่อสู้ตลอดเวลา แรงกดดันทั้งหมดที่คุณต้องเจอและต้องเผชิญมันจะสร้างความเกลียดชังให้กับคุณขึ้นเรื่อยๆจากการที่คุณถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าในความไม่สำเร็จนั้น มันเหมือนคนค่อยๆเอามีดกรีดสร้างรอยแผลให้กับตัวเองในทุกๆวัน ความรู้สึกต่อต้านกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้มันกำลังทำให้ชีวิตของคุณพัง แต่มันก็ยังไม่สายเกินไปหากคุณได้อ่านการแบ่งปันดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณปรับเปลี่ยนความคิดและมุมมองเพื่อให้คุณได้ชุดดึงชีวิตของคุณและความรู้สึกของคุณขึ้น หรือเรียกง่าย ๆว่าการต่อสู้การเกลียดชังตัวเองด้วยการสร้างทัศนคติที่ดีนั้นเอง เราลองมาดูกันว่าวิธีเหล่านี้คุณจะต้องทำยังไงกันบ้าง ค้นหาคำตอบ ความรู้สึกเกลียดตัวเองมันมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งว่าคุณจะสามารถรู้ตัวคุณเองว่าสิ่งที่คุณกำลังจะเกลียดจากตัวของคุณมันคืออะไร เมื่อคุณรู้ถึงความรู้สึกตรงนั้นแล้วคุณสามารถตั้งคำถามกับตัวคุณเองได้ในทันทีว่าคุณกำลังเกลียดอะไรในตัวของคุณ? และจากการตั้งคำถามนี้มันจะทำให้คุณสามารถมองเห็นได้ว่าสิ่งที่คุณกำลังเกลียดในตัวคุณตรงนั้นมันอยู่ในข้อบกพร่องตรงไหน และแน่นอนว่ามนุษย์ทุกคนเมื่อมีคำถามก็ต้องมีคำตอบสำหรับสิ่งนั้นเสมอ การมองเห็นจุดบกพร่องมันจะทำให้คุณสามารถสร้างคำตอบที่ดีได้ วิธีการยกตัวเองขึ้นจากการเกลียดชังตัวเอง 1. ใช้ชีวิตจากความเป็นจริง ให้คุณลองใช้คำถามนี้ในการเริ่มต้น “อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการจะมีชีวิตอยู่” เพราะการมีชีวิตอยู่ของคุณในทุกๆวันมันเป็นการดำเนินชีวิตและมันเป็นการสร้างชีวิต หากคุณยังต้องการที่จะใช้ชีวิตต่อไปคุณต้องหยุดเกลียดตัวเองและตอบคำถามนี้ให้ได้  การสร้างความเป็นตัวเองและการอยู่กับตัวเองเป็นเรื่องที่ดีและเป็นคำตอบของคำถามนี้ เพราะความเกลียดชังมันอาจจะเกิดได้จากการที่คุณต้องการที่จะมีชีวิตเหมือนคนอื่นหรือเป็นเหมือนคนอื่นแต่คุณทำมันไม่ได้ มันจึงสร้างจุดเริ่มต้นของความเกลียดชังนี้ขึ้นมา เราแนะนำให้คุณเป็นตัวของตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ การชอบและการไม่ชอบ สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการลดระดับความเกลียดตัวเองของคุณลงหากคุณทำมันได้ แล้วเมื่อไหร่คุณสามารถที่จะเป็นตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วความเกลียดชังในตัวเองของคุณจะหายไป 2. ปฏิเสธการปฏิเสธ มันอาจจะดูเป็นความซับซ้อนไปสักหน่อยสำหรับหัวข้อนี้ การปฏิเสธการปฏิเสธนั่นหมายถึงการที่คุณหยุดการปฏิเสธในทุกทุกเรื่อง หรือในอีกมุมนึงก็หมายถึงการหยุดคิดในเชิงลบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามจะเป็นเรื่องของคุณเองหรือคนรอบข้างการใช้แนวคิดในเชิงลบมันจะยิ่งเป็นการตอกย้ำการเกลียดชังมากขึ้น เพราะแนวคิดเชิงลบมันจะเป็นตัวการในการหลอกหลอนคุณที่มันจะทำให้คุณไม่สามารถเดินก้าวต่อไปข้างหน้าได้ หน้าที่ของมันมีอย่างเดียวคือการทำให้ชีวิตของคุณดิ่งลงและเพิ่มความเกลียดชังในความรู้สึก มันเป็นฉนวนของความโหดร้ายทั้งหมดในชีวิตของคุณ คุณจำเป็นต้องปฏิเสธการปฏิเสธในเชิงลบนี้อย่างสิ้นเชิงและรวดเร็ว 3. ชัดเจนในเป้าหมายชีวิต มันเหมือนในตอนแรกที่เรามีคำถามให้กับคุณแต่ตอนนี้มันอาจจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย คุณต้องรู้ก่อนว่าเป้าหมายในชีวิตของคุณคืออะไรและคุณต้องให้ความชัดเจนกับมันให้มากที่สุด พร้อมเมื่อไหร่คุณให้ความชัดเจนกับเป้าหมายของคุณแล้ว ต่อให้คุณจะต้องเจอกับสถานการณ์แบบไหนความรู้สึกในเชิงลบก็จะไม่เกิดขึ้น ความชัดเจนและตรงจุดไปยังเป้าหมายที่คุณวางเอาไว้มันจะเป็นตัวสร้างความเข้มแข็งที่จะไม่ทำให้ความรู้สึกเกลียดชังเกิดแทรกขึ้นมาได้ 4. ทำในสิ่งที่คุณมีความสุข […]

<strong>พื้นที่ที่มักถูกลืมจากการทำความสะอาด</strong>

How to

การทำความสะอาดบ้าน มันอาจจะดูเป็นขั้นตอนง่าย ๆ มันก็เพียงแค่ทำความสะอาดพื้น ชั้นวางของ โต๊ะเก้าอี้ บ้านกระจก พื้นที่ต่างๆเหล่านี้มันเป็นส่วนที่ต้องทำความสะอาดเพราะเป็นส่วนที่คุณมองเห็นได้ชัด ในขณะเดียวกันคุณอาจจะหลงลืมไปที่จะทำความสะอาดจุดที่คุณมองไม่เห็น หรืออาจจะไม่เคยใส่ใจมัน และมันบังเอิญว่าเป็นจุดที่สามารถสร้างเชื้อราหรือแบคทีเรียที่จะทำร้ายคนในบ้านได้ เราได้นำข้อมูลจุดที่คุณมองข้ามไปมาแบ่งปัน คุณลองอ่านบทความเหล่านี้ดูบางทีคุณอาจจะเริ่มนึกถึงมันออกแล้วก็ได้ 1. ขอบฐานชักโครก เมื่อเราพูดถึงการทำความสะอาดห้องน้ำมันจะมีเพียงไม่กี่จุดที่คุณจะทำความสะอาด สำหรับส่วนของพืชนั้นเพียงแค่คุณราดน้ำยาทำความสะอาดลงไป แต่คุณเคยคิดไหมว่าบริเวณขอบฐานชักโครกด้านล่าง มันมีวิธีทำความสะอาดให้ขาวสะอาดอยู่ได้อย่างไร เชื่อว่าบางทีคุณอาจจะไม่ได้ทำมันหรือไม่ได้มองมันด้วยซ้ำ ฐานชักโครกเป็นจุดที่จำเป็นต้องทำความสะอาดพร้อมกับการทำความสะอาดอุปกรณ์อื่นในห้องน้ำทุกครั้ง เพราะฐานด้านนี้จะเป็นส่วนพื้นที่ที่จะเจอกับความชื้นและความสกปรกจนทำให้เกิดการหมักหมมและเป็นเชื้อราในที่สุด 2. แผ่นสวิตช์ไฟ แผงสวิตช์ไฟเหล่านี้คุณสัมผัสมันทุกวันแต่คุณไม่ได้ทำความสะอาดมันทุกวัน เพราะคุณอาจจะคิดว่ามันไม่จำเป็นและมันอาจจะอยู่ในกล่องปราศจากฝุ่นละออง การที่จริงแล้วความสกปรกที่เกาะอยู่ที่แผงสวิตช์ไฟนั้นมันอาจจะไม่ใช่ฝุ่นละอองทั้งหมด แต่มันจะเป็นรอยนิ้วมือเล็ก ๆ จากการสัมผัสของคุณและคนในบ้าน การสัมผัสซ้ำๆเหล่านี้เป็นแหล่งการรวมเชื้อโรคชั้นดี ให้คุณทำความสะอาดมันทุกวัน เช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือผ้าชุบน้ำสะอาดบิดให้หมาด และให้ตบท้ายด้วยการเช็ดด้วยแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อโรค 3. Base Trim ขอบด้านล่างของผนังหรือกำแพงที่บางคนได้ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม แต่เวลาเมื่อคุณทำความสะอาดคุณอาจจะมองเพียงแค่การทำความสะอาดพื้น และอาจจะเป็นไปได้ว่าคุณไม่ได้สังเกตมองเห็นฝุ่นในบริเวณนั้น ให้คุณรวยว่าจุดตรงขอบด้านนั้นจะเป็นแหล่งกักเก็บฝุ่นอย่างดีอยู่ในช่องโค้ง ให้คุณทำความสะอาดมันทุกครั้งพร้อมกับการถูพื้น มันจะทำให้อากาศในบ้านโล่งและปราศจากฝุ่น คุณสามารถใช้ผ้าชุบน้ำหมาดหมาดเช็ดมันลงไปเพื่อปาดเก็บฝุ่นออกไปให้หมดจดและดูเงามัน 4. ประตู เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่คุณไม่เคยมองมันเลย ไม่ว่าจะเป็นประตูทางเข้าบ้าน ประตูห้องนอน โดยเฉพาะประตูห้องน้ำ คุณอาจไม่คิดว่ามันสามารถเกิดความสกปรกได้จากตรงไหน การที่คุณและคนในบ้านของคุณใช้มือในการจับลูกบิดอยู่ตลอดเวลา มันจะทำให้เกิดคราบติดอยู่ที่ลูกบิดประตูและคาบนั้นก็ไม่ได้เป็นเฉพาะคราบเหงื่อ มันอาจจะรวมไปถึงคราบอาหารหรือคราบความสกปรกอื่น ๆ […]