หยุดสิ่งรบกวนทางจิตใจด้วยการฝึกสมาธิแบบมืออาชีพ

วิธีการ How to

คุณอาจจะได้ยินมันมาบ่อยแล้วกับคำว่าการฝึกสมาธิ คำ ๆ นี้ถ้าฟังดูผิวเผินมันก็คือการที่ทำให้เราโฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแบบด้วยความตั้งใจไม่วอกแวก แต่การฝึกสมาธิที่เรากำลังจะพูดถึงในวันนี้มันจะเป็นการเชื่อมโยงเข้าไปสู่การสร้างสติที่นิ่งมากพอและทำให้คุณสามารถรับมือกับปัญหาหรือความวุ่นวายรอบตัวได้อย่างมืออาชีพ การทำสมาธิมันไม่ใช่เพียงแค่คุณนั่งลงแล้วหลับตาอย่างเงียบ ๆ หรืออยู่ในที่ที่สงบเงียบ เพราะชีวิตโดยปกติของคุณหรืออีกหลาย ๆ คนอาจจะไม่ได้มีเวลามากพอหรือมีตัวเลือกไม่มากนักที่จะนั่งอยู่ในพื้นที่เงียบ ๆ ความจอแจของสังคมรอบไก่ความวุ่นวายของความคิดของตัวคุณเองคุณอาจจะจำเป็นที่จะต้องจัดการสิ่งเหล่านี้ให้ออกไปจากความรู้สึกของคุณด้วยการทำสมาธิแบบมืออาชีพ  แต่ก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่บอกว่าพวกเขาพยายามที่จะเริ่มทำสมาธิแล้วแต่มันไม่ได้ผล เคยมีกระบวนการทดสอบการทำสมาธิและมีการวัดผลด้วยการเขียน ซึ่งเราพบว่าคนบางคนเขียนสาเหตุถึงการทำสมาธิไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเมื่อการวิเคราะห์แบบรวม ๆ แล้วหลักใหญ่ ๆ เลยก็คือความเบื่อหน่ายในการที่จะต้องจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานเกินไป โดยเฉพาะคนที่มีเวลาไม่มากพอพวกเขาจะกลายเป็นคนใจร้อนสำหรับการให้อยู่นิ่ง ๆ และโฟกัส  วิธีการสร้างสมาธิด้วยการมีสติแบบมืออาชีพ  การใช้ลมหายใจด้วยเทคนิค 4-7-8 เทคนิคนี้เป็นเทคนิคของการทำสมาธิด้วยการนับลมหายใจ บอกได้เลยว่าเป็นวิธีที่ถูกคัดมาแบบมืออาชีพจริง ๆ เพราะการใช้ลมหายใจเป็นตัวกำหนดเพื่อสร้างสมาธิเป็นวิธีการพื้นฐานที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ แต่คุณรู้ไหมว่าการนับลมหายใจ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่ขุนไม่ต้องใช้เวลามากนักและที่สำคัญเป็นวิธีที่สร้างสมาธิที่เห็นผลได้ทันที ให้คุณลองทำเทคนิค 4-7-8 ตามขั้นตอนข้างล่างนี้ คุณกำลังทำในขั้นตอนนี้ลิ้นของคุณยังจำเป็นที่จะต้องแตะอยู่ในตำแหน่งเดิมคือหลังฟันของคุณ ห้ามขยับโดยเด็ดขาดและให้คุณโฟกัสไปที่ลมหายใจ วิธีนี้จึงเป็นการทำสมาธิที่จดจ่ออยู่กับการหายใจและทำให้คุณปลดปล่อยอารมณ์และความรู้สึกอย่างมีสมาธิได้เนียนที่สุด  ขั้นตอนเข้าสู่การฝึกสมาธิเพิ่มเติม 1. Get Clear  การเริ่มเข้าสู่กระบวนการทำสมาธิหลังจากเพิ่มพลังจากการนับลมหายใจ ให้คุณตั้งใจและมุ่งมั่นกับการทำสมาธิ หยุดความคิดว่าทำไม่ได้ และให้คุณมองถึงแรงบันดาลใจที่จะหลุดออกจากกรอบกระบวนการความคิดที่วุ่นวาย และสร้างแรงบันดาลใจจากการมีสุขภาพกายและจิตที่ดี และเมื่อคุณมีความชัดเจนกับทุกสิ่งทั้งหมดนี้ก็จะทำให้คุณเริ่มทำสมาธิที่เป็นไปได้ 2. ตั้งใจถึงความสำเร็จ ในที่นี้เราพูดถึงการทำสมาธิให้สำเร็จ […]

หยุดการลดค่าตัวเองด้วยเคล็ดลับจากมืออาชีพ

วิธีการ How to

การลดค่าของตัวเองหรือการดูถูกตัวเอง อาจเรียกอีกอย่างแบบง่าย ๆ ว่า การด้อยค่าตัวเอง เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง เพราะการที่มนุษย์คนนึงจะเดินหน้าต่อไปได้นั้นหมายความว่าชีวิตของพวกเขาจะต้องมีเป้าหมาย แต่การลดค่าของตัวเองด้วยความรู้สึกในตัวคุณเองมันเป็นเรื่องที่แย่มาก ๆ แต่ก็เชื่อว่าคนหลายๆคนอาจจะไม่รู้ตัวเองจริงๆว่ากำลังลดค่าตัวเองอยู่จากการกระทำหรือการแสดงออกบางอย่าง  เราอยากจะให้คุณได้อ่านบทความนี้ไปพร้อม ๆ กันเพราะเรากำลังหาวิธีการช่วยหยุดการลดค่าของตัวเอง รวมไปถึงวิธีการสังเกตอาการ อารมณ์ และความรู้สึกส่วนตัวของคุณที่มีให้กับตัวคุณ มันจะเป็นสัญญาณในการบอกว่าคุณกำลังดูถูกตัวเองอยู่หรือเปล่า มาดูสัญญาณเหล่านี้กัน อาการที่เห็นได้ชัดของคนที่กำลังดูถูกตัวเอง อาการที่เห็นชัด อาการที่ซ่อนอยู่ 1. ทำงานแบบบ้าคลั่ง เป็นการเข้าใจผิดมาตลอด สำหรับคนที่มองว่าตัวเองด้อยค่า จนทำให้ต้องทุ่มเททำงานแบบเอาเป็นเอาตาย เพื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงศักยภาพแบบปลอม ๆ ยังมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับความภาคภูมิใจทีได้มาต้องมาจากการได้รับความชื่นชม และเป็นคนที่โดดเด่นเท่านั้นที่จะทำให้เกิดการยอมรับ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การทำงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้เกิดผลจึงเป็นทางเลือกแรกสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองด้อยค่า และงานที่หนักจะเป็นตัวเพิ่มมูลค่าให้กับคุณ มันเป็นความคิดที่ป่วยมาก 2. กังวลผลลัพธ์ที่น้อยไป อย่างที่บอกไว้ว่า คนที่เห็นตัวเองไร้ค่ามักจะต้องการจำนวนงานที่มากขึ้นเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง จนทำให้เป็นความกังวลใจปะปนไปกับความกังวลอื่น ๆ ทำให้คุณมองไม่เห็นว่ามันเป็นสาเหตุของเรื่องนี้ และมันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยหากเมื่อคุณเป็นผู้ใหญ่แล้วคุณรู้สึกตัวคุณเองไม่มีคุณค่า เป็นการเชื่อมโยงจากชีวิตในวัยเด็กที่คุณอาจจะมีการถูกกระทำบางอย่างแบบซ้ำ ๆ จนทำให้คุณกลายเป็นคนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าหรือไม่มีความหมายสำหรับคนรอบข้าง และมีสาเหตุมาจากสิ่งต่าง ๆในวัยเด็กเหล่านี้ สาเหตุของการรู้สึกไม่มีคุณค่า ผลลัพธ์ที่น่ากลัวจากการด้อยค่าของตัวเอง  สับสนกับคนที่ดีจริง แน่นอนว่าผลที่จะได้รับจากการด้อยค่าหรือเห็นตัวเองไร้ค่าสะสมมา ผลของมันก็คือการที่คุณจะรู้สึกเชื่อคนง่ายโดยเฉพาะเรื่องของความรักจากคนที่ต้องการเข้ามาสานสัมพันธ์ในรูปแบบหนึ่ง แต่เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าคุณไร้ค่าสิ่งที่พวกเขาปฏิบัติกับคุณคุณจะรู้สึกว่าพวกเขากำลังยกชูกุลขึ้น มันจะทำให้คุณทุ่มเททุกความรู้สึกแก่พวกเขาเหล่านั้นเพราะคุณไม่เคยได้รับมันมาก่อนหน้านี้ […]

สร้างการเขียนจากความครีเอทีฟอย่างไรสร้างคุณค่าในความคิด

วิธีการ How to

การใช้ชีวิตประจำวันไปเรื่อย ๆ แบบมีจุดหมายบ้างไม่มีจุดหมายบ้าง บางครั้งมันก็จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่มองหาคุณค่าของตัวเองไม่เจอ และหลาย ๆ คนอาจจะต้องตกอยู่ในภาวะที่ลืมไปเลยว่าชีวิตของตัวเองต้องการอะไร เพราะคุณไม่มีโอกาสได้จำหรือมีเวลาสำหรับคิดถึงเรื่องเหล่านี้ คุณเชื่อไหมว่ามีวิธีที่จะทำให้คุณได้อยู่และพูดคุยกับตัวเองเพื่อมองหาการไปถึงเป้าหมายของชีวิตได้ง่าย ๆ นั่นก็คือการจดจำด้วยการบันทึก Journaling มันอาจจะดูเหมือนเสียเวลากับการมีสมุดจดบันทึกสักเล่ม เพราะด้วยยุคดิจิตอลสมุดจดบันทึกมันอาจจะสร้างความรุงรังเพราะต้องพกพามันไปด้วยตลอด แต่คุณรู้ไหมว่าประโยชน์ของการจดบันทึกลงในสมุดจดบันทึกมันมีคุณค่ามหาศาล เรามีวิธีการจดบันทึกที่จะไม่ทำให้คุณรู้สึกเบื่อ แต่คุณจะได้ประโยชน์จากการจดบันทึกอย่างไม่น่าเชื่อ ให้คุณลองใช้วิธีการที่เรากำลังจะบอกคุณต่อไปนี้ เพื่อคุณจะสามารถการจดบันทึกที่มีความอัจฉริยะ และมีความสร้างสรรค์จากการอ่านที่จดบันทึกซ้ำ และคุณยังสามารถมองเห็นการแก้ปัญหาและข้อผิดพลาดของการใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน สามารถมองหาสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริง แม้กระทั่งมองเห็นวิธีการแก้ปัญหาที่ฉลาดขึ้น ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการทำจดบันทึกชีวิตประจำวัน 1. เป็นนักรับมือกบความเครียด ความคิดของคนเรามักจะเกิดจากสภาพจิตใจพยายามอย่าวุ่นวายและสับสนจากปัญหาต่างๆที่อยู่รอบตัว แล้วปัญหาความเครียดก็มักจะส่งผลเสียให้กับสุขภาพร่างกายของคุณอย่างชัดเจนที่สุด แล้วเมื่อไหร่ที่คุณเครียดร่างกายจะเริ่มหลังสารเคมีออกมาชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า adrenaline และ cortisol เป็นสารตัวร้ายที่จะเข้าไปกดภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณทำให้ไม่สามารถออกมาทำงานได้ตามปกติ สังเกตได้จากอาการหลังจากความเครียดที่เห็นได้ชัดอย่างเช่น หัวใจเต้นแรงและเร็วผิดปกติ รู้สึกเหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย สมองไม่โล่งไม่สามารถประมวลผลความคิดได้ และสุดท้ายมันก็จะทำให้คุณนอนไม่หลับ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังแนะนำวิธีการแก้ปัญหาความเครียดและความวิตกกังวลจากจิตใจของคนเหล่านี้ด้วยการเขียนบันทึก คุณอาจจะไม่มีสติที่จะสงบจิตใจในการเขียนบันทึกอย่างดีเท่าไหร่แต่คุณรู้ไหมว่ามันเป็นจังหวะที่ดีมาก ๆที่คุณจะได้ระบายอารมณ์และความรู้สึกอัดอั้นของคุณในเวลานั้นลงไปในสมุดจดบันทึก และเมื่อที่คุณสามารถควบคุมอารมณ์ได้ในระดับหนึ่งแล้วกลับมาย้อนอ่านมันคุณจะมองเห็นทันทีเลยว่า สาเหตุของอาการเครียดและสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดคุณควรจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร และที่สำคัญจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด  2. สร้างภูมิคุ้มกันชีวิต มันแทบเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆว่าการเขียนจะช่วยรักษาอาการเครียดและในบางรายที่มีความจำเป็นจะต้องพบแพทย์เพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ในการลดระดับความเครียดลงหรือการใช้ชีวิตให้เป็นปกติ มันเป็นการพิสูจน์ได้ง่าย ๆ ด้วยตัวของคุณเอง ให้คุณลองเขียนสภาพอารมณ์ของคุณในแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นความสุข ความเครียดและความกังวลใด ๆ […]

วิธีสร้างความกล้าเผชิญหน้างานหินด้วยสมองที่ชาญฉลาด

วิธีการ How to

ความสะดวกสบายเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนมีความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่สะดวกสบาย หรือการทำงานที่ไม่ได้เคร่งเครียดล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ใฝ่ฝันที่อยากจะมี แต่ในความจริงแล้วมันคงเป็นไปได้ยาก เพราะการใช้ชีวิตจริง ๆ ของคนเราในตอนนี้ทุกอย่างมันค่อนข้างจะอยู่ในการแข่งขันและการดิ้นรน คุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกเบื่อหน่ายและกลัวเสียงนาฬิกาปลุกในทุกๆเช้าของวันจันทร์ มันไม่เพียงแต่คุณไม่ชอบที่จะตื่นขึ้นมาทำอาหารหรือคุณไม่ชอบแม้กระทั่งการเดินทางหรือไม่ชอบอะไรหลายๆอย่างแต่คุณก็หลีกเลี่ยงมันไม่ได้ มันจะมีเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้คุณตัดขาดจากความรู้สึกเหล่านี้นั่นก็คือการสร้างสมองของคุณให้มีความรู้สึกกระตือรือร้นและมีความรู้สึกอยากเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง ดังนั้นคุณจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ในเรื่องของการพัฒนาสมองเพราะสมองจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและกระตุ้นแม้กระทั่งความรู้สึกภายในทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงและกระปรี้กระเปร่า ดังนั้นการพัฒนาสมองทำได้ดีที่สุดก็คือการเพิ่มการเรียนรู้ เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ สมองที่มีกล้ามเนื้อจำนวนมากก็จะทำการเชื่อมโยงกล้ามเนื้อเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการทำงานของอวัยวะอื่นๆภายในร่างกายนั่นก็คือการเข้าไปกระตุ้นนั่นเอง เราจะพาคุณมาดูวิธีการสร้างการพัฒนาสมอง เพื่อให้คุณไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการเผชิญหน้ากับงานที่ยากและหินที่สุด  7 วิธีดูแลสมองเพื่อเตรียมรับมือกับงานยาก 1. การปกป้องสมองของคุณ การปกป้องสมองในที่นี้นั่นก็หมายถึงการที่เราจะให้คุณดูแลสมองของคุณจากกิจวัตรประจำวันเช่นการพักผ่อนเพียงพอ การสร้างความคิดในเชิงบวก และการหลีกเลี่ยงมลภาวะที่เป็นพิษ 2. การให้อาหารสมอง มันก็คือการที่คุณดูแลในเรื่องโภชนาการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสมองโดยตรง เช่นการรับประทานอาหารที่ส่งผลดีให้กับสมองอย่างเช่น น้ำมันโอเมก้า 3 ที่ได้จากปลา  เป็นต้น 3. หยุดความคิดในเชิงลบ คุณต้องมีการฝึกความคิดของคุณในชีวิตประจำวัน พยายามไม่ให้ความคิดของคุณเป็นความคิดลบในการดำเนินชีวิต คุณจำเป็นที่จะต้องสร้างความสุขให้กับตัวคุณเองให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นการรับรู้ทางสมองว่าชีวิตของคนกำลังมีความสุข 4. เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ การเรียนรู้เป็นวิธีการพัฒนาสมองที่ดีเยี่ยม เพราะการเรียนรู้จะเป็นตัวกระตุ้นสมองให้เกิดพัฒนาการและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อสมองได้รับการกระตุ้นก็จะส่งผลไปสู่การทำงานในร่างกาย 5. เพิ่มกิจกรรมคู่รัก หากคุณต้องการให้สมองได้รับการกระตุ้นที่มากขึ้นการทำกิจกรรมกับคู่รักของคุณเช่น การมีเพศสัมพันธ์จะทำให้สมองของคุณโปร่งและโล่ง คุณจะรู้สึกถึงอารมณ์ที่ดี 6. ใช้เพลงเป็นตัวช่วยขัดเกลาสมอง เสียงเพลงเป็นความสุนทรียภาพอย่างหนึ่งที่สามารถทำให้สมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และเสียงเพลงบางครั้งก็จะทำให้เกิดจินตนาการที่สร้างสรรค์ทำให้คุณสามารถคิดและสร้างแนวความคิดที่ดีได้จากอารมณ์ที่ถูกผ่อนคลายลง 7. ดูแลสมองให้อยู่ห่างจากความวิตกกังวล เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าคุณกำลังมีความวิตกกังวลและเข้าสู่ภาวะความซึมเศร้า […]

วิธีไปสู่เป้าหมายด้วยการตั้งเป้าหมายรายสัปดาห์เพื่อพัฒนาชีวิต

วิธีการ How to

คำว่าเป้าหมายในชีวิตทุกคนย่อมอยากจะไปให้ถึงต่างระดับเพราะมันเป็นบทสรุปของความสำเร็จในชีวิตของพวกเราทุกคน การตั้งเป้าหมายจะถูกตั้งไว้ส่วนใหญ่จะเป็นประจำปี หลาย ๆ คนก็จะตั้งเป้าหมายในทุกการเริ่มต้นของแต่ละปี และเชื่อได้ว่ามีบางคนที่สามารถไปถึงเป้าหมายได้แต่ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ไม่สามารถไปตามเป้าหมายที่ตัวเองได้วางเอาไว้ได้ นั่นคือประเด็นในวันนี้ที่เราจะนำมาคุยกัน ทำไมคนหลาย ๆ คนหรืออาจจะรวมตัวคุณด้วยในเวลานี้ยังไม่สามารถที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ เราจะบอกคุณในเบื้องต้นก็ได้ว่าเป้าหมายนั้นมันอาจจะเป็นเป้าหมายที่ไม่เหมาะกับคุณเพราะมันจะเป็นเป้าหมายที่ใหญ่จนเกินไปจนทำให้ระหว่างทางไปจนถึงเป้าหมายนั้นมันจะทำให้คุณไขว้เขวและเดินออกนอกเส้นทางที่คุณกำหนดเอาไว้ได้อย่างง่าย ๆ ด้วยหลายสาเหตุและด้วยหลายปัจจัยด้วยกัน เรามีวิธีการเข้าไปถึงเป้าหมายของคุณโดยไม่ได้จำกัดว่าเป้าหมายนั้นจะเป็นเป้าหมายเล็กหรือเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต เพราะวิธีที่เรากำลังจะนำมาแบ่งปันให้กับคุณต่อไปนี้เป็นวิธีการไปถึงเป้าหมายที่ง่ายสั้นและสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ลองมาดูไปพร้อม ๆ กันว่าวิธีเหล่านี้มีวิธีการทำในรูปแบบไหนบ้าง และต้องทำอย่างไรเพื่อให้มันได้ประสิทธิผลสูงสุด  ประโยชน์ที่จะได้รับจากการตั้งเป้าหมายรายสัปดาห์ 1. จัดการชีวิตได้ง่ายขึ้น เป้าหมายระดับ 6 เดือน ระดับปีมันอาจจะเป็นเป้าหมายที่ยาวนานและที่สำคัญการวางเป้าหมายในระยะเวลานานนั่นแปลว่าคุณจะใส่เป้าหมายที่ใหญ่เปรี้ยงปร้างหากมันสำเร็จ แต่คุณรู้ไหมว่าสิ่งที่อันตรายที่สุดแลอุปสรรคก็คือการทิ้งช่วงเป็นเวลานาน จนทำให้ความรู้สึกขี้เกียจหรือผัดวันประกันพรุ่งเกิดขึ้นได้ง่าย จนทำให้เป้าหมายที่วางไว้ไม่สำเร็จปีแล้วปีเล่า  แต่อาจจะมีคำถามว่า หากเป้าหมายของคุณเป็นเป้าหมายที่มีผลที่ใหญ่จะทำอย่างไร? ง่ายมาก ให้คุณวางเป้าหมายของคุณไว้เหมือนเดิม แต่ให้แบ่งวิธีทำเป็นแบบสัปดาห์ เพื่อง่ายต่อการติดตามผลและแก้ไข ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นคนที่มีน้ำหนักเกือบร้อยกิโลกรัม และมีเป้าหมายในการลดน้ำหนักให้ได้ 30-40 kg ในระยะเวลา 6 เดือน ให้คุณแบ่งการจัดตารางอาหารสำหรับการลดน้ำหนักสำหรับ 1 สัปดาห์ และทำต่อเนื่องให้ได้ทุกสัปดาห์ คุณจะสามารถติดตามผลและสามารถแก้ไขระหว่างเวลานั้นได้ทันท่วงที  2. สามารถสร้าง Smart Gold ได้ […]

เรียนรู้และเปลี่ยนตัวเองอย่างไรเพื่อการเป็นไลฟ์โค้ชในอนาคต

วิธีการ How to

เชื่อว่ายังมีหลายคนที่ยังเข้าใจไม่เคลียร์กับคำว่า “ไลฟ์โค้ช” มีหลายความคิดที่จะเน้นในเรื่องของความเป็นผู้สอนในตำแหน่ง “โค้ช” ที่มีหน้าที่นำพาไปสู่ความสำเร็จหรือชัยชนะ สามารถทำให้เกิดความสำเร็จได้ในฐานะ ผู้เล่น ผู้ร่วมทีม หรือในส่วนอื่น ๆ ที่ทำให้ดีขึ้นได้จากการสอนของโค้ชเหล่านี้  แต่สำหรับ “ไลฟ์โค้ช” เป็นการสอนอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นการสอนสร้างชีวิตที่แข็งแรง และให้แนวทางในการดำเนินชีวิตที่ยอดเยี่ยมซึ่งเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนต้องการ “ไลฟ์โค้ช” มีความสามารถพิเศษมากในทางด้านการอ่านความคิดของผู้คนที่ซับซ้อน อารมณ์ที่รุนแรงหรือเศร้า มีความสามารถในการสร้างแรงจูงใจ และสร้างความเข้มแข็งกล้าเผชิญความท้าทายในชีวิตทุกรูปแบบ  ความสามารถเหล่านี้เป็นความสามารถที่สุดพิเศษที่ไม่มีในทุกคน แต่บังเอิญว่าหลายคนสามารถที่จะก้าวสู่การเป็นผู้วางแผนและจัดการชีวิตของผู้อื่น การเข้าใจผู้คน อารมณ์ และการมองหาวิธีสื่อสารที่เป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจ พิเศษไปกว่านั้นการมีความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ มีความเป็นจิตวิทยา และการชี้นำที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตผู้คน มันเป็นความสามารถที่วิเศษมากแบบหาตัวจับยาก และหลายคนอยากเป็นโค้ชเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชีวิตคนอื่น เรามีข้อมูลเพื่อให้คุณได้ศึกษาและเรียนรู้เพื่อนำมาพัฒนาตัวคุณเองเพื่อการก้าวสู่การเป็น “ไลฟ์โค้ช” ทางเลือกในความคิดเพื่อเข้าสู่การเป็นไลฟ์โค้ช ให้คุณใช้ทุกการเรียนรู้ตลอดการเดินทางที่ผ่านมาของคุณ เพื่อปรับให้เข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ในโลกความเป็นจริงในปัจจุบัน มันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป แต่คุณจำเป็นที่จะเติมความรู้อยู่เสมอเพื่อให้ความรู้นั้นเกิดเป็นการพัฒนาชีวิตให้กับผู้อื่น โดยเฉพาะการขึ้นลงของชีวิตคุณที่เรียกว่าเป็นประสบการณ์ คุณสามารถนำประสบการณ์เหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือล้มเหลว นำมาเลือกและนำมาปรับใช้กับชีวิตของคนอื่นให้ลงตัวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความล้มเหลวที่จะเป็นการสร้างประสบการณ์สวย ๆ ให้กับชีวิตคนอื่นได้   ความล้มเหลวเป็นครูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ดังนั้นเมื่อมันสอนอะไรหลาย ๆ อย่างแก่คุณ และเมื่อคุณนำประสบการณ์ความเหล้าเหลวมาเป็นตัวเริ่มต้นเพื่อค้นหาทางออกสู่ความสำเร็จด้วยการนำชีวิตของคนอื่นเข้ามาปรับใช้ความล้มเหลวของคุณในการสร้างชีวิตใหม่ได้อย่างแข็งแรง  มันจะเป็นประโยชน์ที่มีราคาที่สุดสำหรับผู้อื่น จัดว่าเป็นการเริ่มต้นกระบวนการสร้างแนวความคิดเพื่อการเป็นไลฟ์โค้ชที่เก่งได้ในอนาคต วิธีเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตเพื่อเป็นข้อมูลการสอน หลาย […]

เคล็ดลับการทำลายกำแพงการผัดวันประกันพรุ่ง</strong>

วิธีการ How to

การผัดวันประกันพรุ่งมันเป็นนิสัยที่คนทั่ว ๆไปรวมถึงคุณมีความรู้สึกผิดต่อการกระทำแบบนี้อยู่แล้ว แต่ทำไมมันถึงไม่ยอมหมดไปจากนิสัยของคุณ นี่อาจจะเป็นข้อสงสัยที่เรากำลังจะตามหาคำตอบให้กับคุณ การผัดวันประกันพรุ่งมันแทบจะไม่มีข้อดีในนิสัยส่วนนี้เลยและมันจะยิ่งแย่ไปกว่านั้นหากคุณยังคงเก็บนิสัยนี้เอาไว้ มันจะเป็นการทำลายความหวังในชีวิตของคุณทั้งหมดแบบที่คุณไม่รู้ตัว คุณอาจจะต้องกลายเป็นคนที่ไม่มีศักยภาพในการทำงานอีก และคุณอาจจะกลายเป็นคนที่หมดอาลัยตายอยากในชีวิต เรามีทางแก้นิสัยการผลัดวันประกันพรุ่งในรูปแบบของการเปลี่ยนแปลงจากแรงบันดาลใจมาให้คุณได้ลองทำตามกันดู และเรามีลักษณะของการผลัดวันประกันพรุ่งที่คุณแทบจะไม่รู้มาก่อนว่านิสัยเหล่านี้มันคือการผัดวันประกันพรุ่ง  นิสัยเหล่านี้มันอาจจะมองได้หลายแบบซึ่งในบางครั้งมันอาจจะมองดูได้ว่าเป็นความขี้เกียจ แต่เราอยากให้คุณเข้าไปทำความเข้าใจการผัดวันประกันพรุ่งจากประเภทนิสัยเหล่านี้ เพราะถ้าหากคุณไม่ได้สังเกตตัวคุณเองว่าคุณอยู่ในประเภทไหนแล้วคุณจะไม่สามารถมองเห็นวิธีการแก้ไขหรือรับมือกับการทลายกำแพงเหล่านี้ได้เลย มันจะปิดกั้นความก้าวหน้าของคุณในทุกๆเรื่อง เราอยากให้คุณลองศึกษาประเภทของนิสัยการผัดวันประกันพรุ่งเหล่านี้และสังเกตตัวคุณเอง หากคุณมี 1 ใน 5 ประเภทนี้ให้คุณรีบปรับปรุงตัวคุณเองโดยด่วน  5 ประเภทนิสัยของการผัดวันประกันพรุ่ง วิธีเปลี่ยนแปลง ประเภทที่ 1: The Perfectionist เป็นประเภทคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบ คนประเภทนี้จะเป็นคนที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในทุก ๆ เรื่องจนส่งผลให้เกิดการผลัดวันประกันพรุ่งได้ง่ายเพราะคุณจะมองกระบวนการที่มีความสมบูรณ์แบบเท่านั้นที่คุณจะเลือกทำ คุณจะหลีกเลี่ยงกระบวนการที่เล็ก ๆ เหมือนกับคุณจะไม่สนใจมันสักเท่าไหร่  คุณอาจจะต้องการความอลังการจากผลสำเร็จหรือความอลังการจากการยอมรับจากคนอื่นๆ แต่คุณรู้ไหมว่าการที่คุณต้องการความสมบูรณ์แบบมันอาจจะไม่มีอยู่จริงหรืออาจจะไม่จำเป็นสำหรับงานบางอย่าง เพราะความสมบูรณ์แบบมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ผลลัพธ์ของคุณดี แต่ความสมบูรณ์แบบในบางครั้งก็อาจจะทำให้คุณเสียเวลาไปกับมันโดยไม่จำเป็น  ปรับ หยุดให้ความหลงใหลในรายละเอียดของงานทั้งหมด คุณต้องทำความเข้าใจกับวัตถุประสงค์ในการทำงานนี้ว่าคุณต้องการทำงานนี้และผลของงานนี้เพื่ออะไร เช่น หากในเวลานี้คุณจะต้องเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับผลการประเมินการทำงานที่ผ่านมาในระยะเวลา 3 เดือน คุณอาจจะเป็นการเขียนแบบการเล่าเรื่องราวทั่วๆไปเน้นความสำคัญเฉพาะเรื่องที่ต้องมีการแก้ไข คุณไม่จำเป็นต้องประดิษฐ์ประดอยคำพูดที่สละสลวยและดูเป็นทางการมากจนเกินไป ให้ใช้การบอกเล่าที่ง่ายและเน้นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสำคัญ  ประเภทที่ 2: The Dreamer นักฝัน หากคุณกำลังอยู่ในกลุ่มคนที่มีนิสัยประเภทนี้บอกได้เลยว่าคุณเป็นนักผลัดวันประกันพรุ่งตัวยง เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า […]

สร้างทีมทำงานให้แกร่งด้วยมือคุณ

วิธีการ How to

หากตอนนี้คุณจะตกอยู่ในบทบาทการเป็นผู้นำและหน้าที่ของคุณคือการทำให้ความสำคัญกับความสำเร็จเกิดขึ้น เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับทีมของคุณเพื่อองค์กรของคุณ หน้าที่ของการมองหากลยุทธ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ บางครั้งคุณจำเป็นต้องทดสอบและวัดผลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่คุณและทีมต้องการ ผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับอาจจะยังไม่สามารถให้คำตอบคุณได้ดีที่สุด ทำให้คุณยังคงต้องเก็บการทดลองต่อไปเรื่อย ๆ แต่คุณไม่ได้ทำงานเพียงคนเดียว และการที่ต้องให้คนอื่น ๆ หรือทีมของคุณมีแรงบันดาลใจที่จะทำงานให้เสร็จลุล่วงและได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม คุณจำเป็นจะต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา เรามีเคล็ดลับการสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมด้วยการผลักดันจากหัวหน้าทีมอย่างตัวคุณเอง 1. เริ่มจากคำถามแบบเปิดกับคำถามว่า “ทำไม” การทำงานเป็นทีม การให้ทุกคนได้ออกความคิดเห็นด้วยกันเป็นเรื่องดีและทำให้การควบคุมเป็นไปอย่างง่ายดาย แต่การทำงานกับคนหลาย ๆ คนมันก็อาจจะไม่ง่าย สำหรับแผนการระดมความคิดและความเห็น เมื่อคำถามว่าทำไมต้องเป็นแบบนั้น ทำไมต้องทำแบบนี้ คำถามลักษณะนี้จะทำให้คุณได้ไอเดียที่แตกต่างกันออกไป แน่นอนว่าความขัดแย้งเล็ก ๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้กับสมาชิกในทีของคุณ ให้คุณเลือกที่จะแยกฟังความคิดเห็นเป็นรายบุคคล เพราะการให้พวกเขาใช้พื้นที่เดียวกันในการแสดงความคิดเห็นมันอาจจะทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะเสนอออกมาทั้งหมดเพราะพวกเขากลัวการโต้แย้ง และหนทางที่คุณจะได้รับไอเดียที่ดีที่สุดจากทีมของคุณก็คือการตั้งคำถามตัวต่อตัว 2. Brainstorm With Experts การทำงานของหัวหน้าทีม มันไม่จำเป็นที่คุณจะต้องเอาความคิดเห็นทั้งหมดมาใช้งาน เพราะคุณจำเป็นจะต้องมีธงเป้าหมายของคุณและมุ่งเป้าไปที่นั่น และถ้าหากคุณเป็นผู้โชคดี คุณก็จะถูกรายล้อมไปด้วยทีมที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ คุณสามารถสังเกตแรงบันดาลใจที่พวกเขามี และดึงแรงบันดาลใจเหล่านั้นออกมาใช้ ให้พวกเขาได้นำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด และสิ่งที่พวกเขาต้องการ 3. เพิ่มแหล่งข้อมูลสนับสนุน คุณอาจจะต้องมองหากลุ่มสนับสนุนข้อมูลสำหรับงานที่คุณได้รับมอบหมาย และมันเป็นความรับผิดชอบของคุณที่จะผลักดันให้สมาชิกในทีมของคุณได้มีโอกาสโค้ชชิ่งกับบุคคลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเป็นพิเศษเพื่อให้พวกเขาได้รับการส่งเสริมพลังความคิดของพวกเขาได้อย่างถูกต้อง และการให้ความรู้ใหม่ ๆ แก่พวกเขาเพื่อให้พวกเขาได้รับการกระตุ้นแรงบันดาลใจภายในของพวกเขาให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานต่อไป 4. การใช้ผู้เชี่ยวชาญ บนโลกใบนี้ไม่ใช่มีเพียงคุณคนเดียวที่จะเก่งไปเสียทุกเรื่อง การได้มีโอกาศปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเป็นเรื่องที่ดีมาก […]

วิธีดูแลสวนด้วยเบกกิ้งโซดา

วิธีการ How to

ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดามีมากมายนับไม่ถ้วน รวมไปถึงการใช้มันในการดูแลต้นไม้ เพราะคุณสมบัติของเบกกิ้งโซดามีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อราและกำจัดบรรดาแมลงที่เป็นศัตรูพืช เบกกิ้งโซดาไม่ส่งผลเสียให้กับร่างกายจัดว่าเป็นตัวช่วยทางธรรมชาติที่มีประโยชน์สูงสุดและที่สำคัญประหยัดได้อีกด้วย เรามีวิธีการใช้เบกกิ้งโซดากับสวนของคุณในประสิทธิภาพที่ให้ประโยชน์ต่างกัน คุณสามารถเริ่มต้นสร้างสวนเล็กในบ้านและนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ได้และคุณจะรู้สึกว่ามันไม่ยากแบบที่คุณคิด ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดาแต่ละประเภทการใช้งาน 1. ดูแลพืชให้แข็งแรง ทดสอบค่า pHของดิน ให้คุณทำดินให้เปียกชื้นด้วยการใช้น้ำกลั่นราดลงไป หลังจากนั้นให้โรยเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 กำมือ หากมีปฏิกิริยาที่ดินเป็นกรดมากเกินไปจะเกิดฟอง คุณสามารถเพิ่มระดับ pH โดยการผสมดินหรือผงปูนขาวลงไป  ยาฆ่าเชื้อราจากพืช  คุณสามารถได้เองที่บ้าน ให้คุณผสมเบกกิ้งโซดา 4 ช้อนโต๊ะผสมลงไปกับน้ำกลั่นหนึ่งแกลลอน เขย่าให้เข้ากันหลังจากนั้นเทใส่ลงไปในขวดที่มีหัวสเปรย์ แล้วใช้ฉีดพ่นลงไปบริเวณรอบต้นพืชที่ดูมีความเสี่ยงที่จะเป็นเชื้อรา อย่าฉีดลงไปที่ต้นไม้โดยตรง ให้ฉีดบริเวณรอบนอกห่างจากต้นไม้เล็กน้อย นอกจากนี้เบกกิ้งโซดายังสามารถแก้โรคราน้ำค้างบนต้นไม้ได้อีก ด้วยการผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ลิตร กดสบู่เหลว 2-3 หยด ผสมทุกอย่างให้เข้ากันและแบ่เทส่วนผสมนี้ลงในขวดสเปรย์ ฉีดพ่นโดยตรงไปที่พืชที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคราน้ำค้าง ทำปุ๋ยจากธรรมชาติ ก่อนอื่นคุณจะต้องรู้จักต้นไม้ของคุณก่อนว่ามีความทนต่อปุ๋ยได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่มีผลคุณสามารถทำปุ๋ยจากเบกกิ้งโซดา  ผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา เกลือ Epsom 1 ช้อนชา เพิ่มแอมโมเนีย ½ ช้อนชา เทส่วนผสมทั้งหมดนี้ลงในน้ำ 4.5 ลิตร […]

เริ่มต้นธุรกิจอย่างไรให้ปัง

วิธีการ How to

มันอาจจะดูสุดโต่งไปหน่อยหากคุณอยากเริ่มทำธุรกิจในตอนนี้ ซึ่งยังคงมีปัญหาระดับโลกที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก มันดูเหมือนแนวคิดสวนกระแส แต่รู้ไหมว่านี่เป็นนาทีทองที่ใครอยากจะเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเองต้องไขว่คว้าไว้ มันอาจจะดูขัดกับสัญญาณความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ความจริงก็คือ ปัญหาใหม่ต้องการวิธีแก้ไขใหม่ ๆ  และปัญหาเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นการระบาดใหญ่หรือสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนเลยสักนิดเดียว มีแต่ความต้องการสินค้าทุกชนิดที่เพิ่มมากขึ้น  นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่คุณจะได้รับโอกาสเติบโตด้วยธุรกิจของคุณเอง หากคุณมีการเริ่มต้นที่ถูก และมองไปได้แบบก้าวกระโดด บางแผนการอาจจะดูยิ่งใหญ่เกินไปแต่ใครจะรู้คุณอาจจะทำมันได้ในภาวะวิกฤตนี้ มาดูกันว่าวิธีพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้มีอะไรบ้าง ต่อจากนี้คือวิธีการเริ่มต้นแบบเป็นขั้นตอนเพื่อก้าวสู่เป็นเจ้าของธุรกิจในปี 2022 นี้ 1. เริ่มต้นด้วยปัญหา ปัญหาในที่นี้หมายถึงยังไม่มีสินค้าที่ผลิตมาแล้วตอบโจทย์ลูกค้าได้ 100 เปอร์เซนต์ หรือการมองเห็นช่องโหว่ของปัญหากับธุรกิจบางอย่างที่คุณสามารถเติมเพื่อปิดช่องโหว่นั้นด้วยการแก้ไข และสามารถนำมาพัฒนาเป็นแนวคิดธุรกิจของตัวคุณเองได้ นั่นเป็นที่มาของการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองด้วยการมองหาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทันเวลา การได้ไอเดียการทำธุรกิจจากงานที่คุณทำอยู่มันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อคุณเห็นถึงปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข มันก็ไม่ผิดถ้าคุณจะนำมันมาแก้ไขแต่มันเป็นการผลิตสินค้าขอคุณเอง 2. ทำวิจัยตลาดแบบละเอียด หากคุณต้องการสตาร์ท อัพ ธุรกิจของคุณการสำรวจตลาดเป็นเรื่องสำคัญมาก คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณจะทำอะไร คุณอาจจะเลือกทำสินค้าด้วยความรู้จากประสบการณ์ที่ทำงานเป็นพนักงานมาร่วมสิบปี เขียนข้อดี ข้อเสีย และปัญหาที่พบตอนที่คุณยังอยู่ที่นั่น และดึงออกมาแก้ที่ละจุดและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สมบูรณ์กว่า ทำแบบนี้มันอาจจะดูเป็นการเลียนแบบไปสักหน่อย แต่มันก็เป็นการสร้างธุรกิจตามความถนัดของเรา ซึ่งแน่นอนว่าเราจะทำมันได้ดี และมักจะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้เร็วแบบเงียบ ๆ ก็เป็นได้ 3. อย่ารอความสมบูรณ์แบบ มีหลายบริษัทที่ยังใช้ความคิดว่าทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบก่อนแล้วจึงจะออกสู่ตลาด มันก็ไม่ผิด แต่อันที่จริงสุดท้ายแล้วสินค้าก็ต้องถูกพัฒนาต่อมาอยู่ดีและมันอาจจะต้องอัพเกรดอีกหลายครั้ง ดังนั้นหากคุณสามารถผลักสินค้าออกสู่ตลาดมาก่อนด้วยการเก็บรายละเอียดทั้งหมดพร้อมทั้งการแก้ไขจุดบกพร่องบางจุดแต่ก็ยังไม่สมบูรณ์มากนัก และดันมันออกสู่ตลาด มันเป็นกลยุทธเพื่อให้ได้ฟีดแบคจากลูกค้ามาเป็นตัวแก้ไขมันจะทำให้คุณใช้เวลาในการปรับปรุงสินค้าระยะสั้นกว่า และคุณจะสามารถหาโซลูชั่นเพื่อพัฒนาสินค้าได้สมบูรณ์แบบเร็วกว่า […]